การให้บริการฉุกเฉิน 1669

1669 Resize
1669

ขั้นตอนการแจ้งเหตุฉุกเฉินผ่านเบอร์  1669 / ก่อนอื่นต้องตั้งสติให้ดีก่อน

     ขั้นตอนการทำงานของสายด่วน 1669 คือ ในแต่ละจังหวัดจะมีศูนย์รับแจ้งเหตุและสั่งการ โดยเมื่อประชาชนแจ้งเหตุเข้ามาไม่ว่าจะอยู่ในจังหวัดไหนก็จะมีเจ้าหน้าที่ประจำอยู่ที่ศูนย์รับแจ้งเหตุและสั่งการ ของทุกจังหวัดคอยให้บริการ โดยการให้บริการเจ้าหน้าที่จะรับสายและสอบถามรายละเอียดเบื้องต้นว่าเหตุเกิดที่ใด มีจำนวนคนเจ็บเท่าไหร่ อาการเป็นอย่างไร และบอกวิธีในการปฐมพยาบาลเบื้องต้น จากนั้นก็จะประเมินอาการของผู้บาดเจ็บหรือผู้ป่วยฉุกเฉินว่าเป็นผู้ป่วยฉุกเฉินประเภทไหนและจะส่งรถประเภทใดออกไปรับ

ส่วนประชาชนที่แจ้งเหตุ สิ่งที่ต้องจำให้ขึ้นใจ มีดังนี้

  1. เมื่อพบผู้ป่วยฉุกเฉิน หรือผู้ประสบอุบัติเหตุให้ตั้งสติ และโทรแจ้งสายด่วน 1669
  2. ให้ข้อมูลลักษณะเหตุการณ์ ว่าเกิดอุบัติเหตุอะไร ประเภทใด หรือเป็นผู้ป่วยฉุกเฉินในลักษณะใด 
  3. บอกสถานที่เกิดเหตุ จุดเกิดเหตุ หรือจุดเด่นที่สำคัญที่สามารถเห็นชัด และเส้นทางที่สามารถไปถึงที่เกิดเหตุได้ 
  4. บอกเพศ ช่วงอายุ จำนวนผู้บาดเจ็บ อาการรุนแรงของแต่ละคน
  5. บอกระดับความรู้สึกตัวของผู้บาดเจ็บ 
  6. บอกความเสี่ยงซ้ำ เช่น อยู่กลางถนน เพราะอาจเกิดกรณีรถเหยียบซ้ำได้ 
  7. ชื่อผู้แจ้งหรือผู้ให้การช่วยเหลือหรือเบอร์โทรศัพท์ที่สามารถติดต่อได้ 
  8. แจ้งอาการผู้ป่วยเพิ่มเติม และช่วยเหลือตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ตามอาการผู้ป่วยฉุกเฉิน 
  9. รอชุดปฏิบัติการด้านการแพทย์ฉุกเฉินมารับผู้ป่วยเพื่อนำส่งโรงพยาบาล

หากท่านพบเห็นผู้ป่วยฉุกเฉินก็สามารถโทรแจ้งสายด่วน 1669 ได้ทันทีตลอด 24 ชั่วโมงทั่วประเทศโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย โทรฟรีแต่อย่าโทรเล่น เพราะมีผู้ป่วยฉุกเฉินที่รอความช่วยเหลืออีกเป็นจำนวนมากค่ะ

สิ่งที่ต้องรู้.....เมื่อพบผู้ป่วยฉุกเฉิน ก่อนโทรหา 1669

     ปัจจุบันสถานการณ์ของการเจ็บป่วยฉุกเฉินเกิดขึ้นในประเทศไทยมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งจากอุบัติเหตุ การเจ็บป่วยฉุกเฉินที่เกิดขึ้นโดยฉับพลัน เช่น โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดในสมอง โรคเบาหวาน ซึงโรคต่างๆ เหล่านี้ หากไม่ได้รับการช่วยเหลือที่ถูกต้องและทันท่วงที อาจทำให้เกิดการพิการและสูญเสียต่อชีวิต ของผู้ประสบเหตุได้

     อย่างไรก็ตามในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ด้านการแพทย์ฉุกเฉิน สิ่งสำคัญที่สุด คือระบบของการให้การช่วยเหลือในเบื้องต้น ที่จะต้องมีกระบวนการที่ทำให้เจ้าหน้าที่รับเหตุสามารถประเมินสภาพผู้ป่วยก่อนให้การช่วยเหลือได้ ด้วยเพราะเจ้าหน้าที่รับแจ้งเหตุไม่ได้อยู่ในที่เกิดเหตุ และอาจไม่สามารถประเมินอาการของผู้ป่วยได้ ดังนั้นหากผู้พบเหตุไม่แจ้งอาการของผู้ป่วยฉุกเฉินอย่างครบถ้วน โอกาสที่จะช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉินได้ทันกาลก็ยากตามไปด้วย

     ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วยฉุกเฉินเอง และเพื่อการช่วยเหลืออย่างทันกาล วันนี้เรามีวิธีที่จะช่วยให้ผู้ประสบเหตุ หรือญาติของผู้ประสบเหตุนำไปปฏิบัติหากบุคคลใกล้ชิด หรือต้องพบกับเหตุเจ็บป่วยฉุกเฉิน 
โดยสิ่งสำคัญที่ผู้แจ้งเหตุจะต้องให้ข้อมูลกับผู้รับแจ้งเหตุในระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉิน คือ

  1. เมื่อพบผู้ป่วยฉุกเฉิน หรือผู้ประสบอุบัติเหตุให้ตั้งสติ และโทรแจ้งสายด่วน 1669
  2. ให้ข้อมูลลักษณะเหตุการณ์ ว่าเกิดอุบัติเหตุอะไร ประเภทใด หรือเป็นผู้ป่วยฉุกเฉินในลักษณะใด เช่น คนถูกรถชน รถชนกัน รถคว่ำ คนตกจากที่สูง มีบาดแผลขนาดใหญ่ ลึก มีเลือดออกมาก ห้ามเลือดไม่อยู่ ไฟฟ้าช็อต ไฟไหม้ น้ำร้อนลวก ได้รับสารพิษ ยาพิษ สัตว์มีพิษกัดต่อย หรือเจ็บป่วยฉุกเฉิน เช่น หมดสติ มีอาการของภาวะช็อค เช่น หน้าซีดเหงื่อออก ตัวเย็น ซึมลง ชักเกร็ง ชักกระตุก เป็นไข้สูง ตัวร้อนจัด หนาวสั่น ตกเลือด เจ็บท้องคลอดฉุกเฉิน มีสิ่งแปลกปลอดอุดกั้นทางเดินหายใจ เจ็บหน้าอก หายใจหอบเหนื่อย ถูกทำร้ายร่างกาย มีอาการทางจิตเวช เป็นต้น
  3. บอกสถานที่เกิดเหตุ จุดเกิดเหตุ หรือจุดเด่นที่สำคัญที่สามารถเห็นชัด และเส้นทางที่สามารถไปถึงที่เกิดเหตุได้
  4. บอกเพศ ช่วงอายุ จำนวนผู้บาดเจ็บ อาการรุนแรงของแต่ละคน
  5. บอกระดับความรู้สึกตัวของผู้บาดเจ็บ
  6. บอกความเสี่ยงซ้ำ เช่น อยู่กลางถนน เพราะอาจเกิดกรณีรถเหยียบซ้ำได้
  7. ชื่อผู้แจ้งหรือผู้ให้การช่วยเหลือหรือเบอร์โทรศัพท์ที่สามารถติดต่อได้
  8. แจ้งอาการผู้ป่วยเพิ่มเติม และช่วยเหลือตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ตามอาการผู้ป่วยฉุกเฉิน
  9. รอชุดปฏิบัติการด้านการแพทย์ฉุกเฉินมารับผู้ป่วยเพื่อนำส่งโรงพยาบาล การแจ้งข้อมูลเบื้องต้นของท่านๆ คือการช่วยเหลือขั้นแรกที่สำคัญ ที่จะช่วยให้ผู้ป่วยฉุกเฉินมีโอกาสรอดและปลอดภัยมากขึ้น !!!!

ที่มา : คู่มืออาสาฉุกเฉินชุมชน สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ

 

Bottom